โอซามา บิน ลาเดน ผู้มีค่าหัวถึง 52 ล้านเหรียญ (50 ล้านเหรียญจากรัฐบาลสหรัฐ และอีก 2 ล้านเหรียญจากสมาคมนักบินสหรัฐ) ถูกตามไล่ล่าอย่างเอาเป็นเอาตายนับตั้งแต่หลังเหตุการณ์ 9/11 แต่ก็หนีรอดไปได้ทุกครั้ง ครั้งสำคัญที่สุดก็คือการกวาดล้างที่ Tora Bora ในบริเวณชายแดนอัฟกานิสถานกับปากีสถานเมื่อปลายปี ค.ศ. 2001 แต่บิน ลาเดนก็หนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด หลังจากนั้นก็มีข่าวลือหลายครั้งว่าเขาได้เสียชีวิตแล้วด้วยโรคภัยไข้เจ็บหรือไม่ก็ถูกลอบสังหาร แต่ก็ไม่เป็นความจริง และเขาก็ยังได้ออกเทปอีกเป็น
ครั้งคราวเพื่อประกาศย้ำต่อโลกว่าตนยังมีชีวิตอยู่ อย่างไรก็ตาม หน่วยข่าวของสหรัฐและพันธมิตร ตลอดจนนักข่าวทั้งหลายต่างก็พยายามติดตาม สอบถามและรวบรวมข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของโอซามา บิน ลาเดนอยู่เสมอ เช่นทางการสหรัฐเคยออกมาแถลงว่าหลังจากการกวาดล้างที่ Tora Bora บิน ลาเดน ก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุนจนไม่สามารถทำหน้าที่ในเรื่องของการวางแผนโจมตีได้เหมือนเก่าเพราะไม่สามารถติดต่อกับบริวารของตนได้สะดวกสบายเหมือนแต่ก่อน ดังนั้นจึงทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแต่ในนามเท่านั้น แต่ผู้สื่อข่าวก็ได้ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝ่ายตาลีบันในอัฟกานิสถาน ซึ่งคำตอบจากบุคคลเหล่านี้ก็กลับตรงกันข้าม โดยทุกคนยืนยันว่าบิน ลาเดนยังเป็นผู้วางยุทธศาสตร์และผู้หาเงินมาใช้ในการปฏิบัติการต่าง ๆ ของ อัลเคดาอยู่เช่นเดิม ภายหลังที่ซัดดัม ฮุสเซนถูกโค่นจากอำนาจในอิรัก บิน ลาเดนก็ได้จัดให้มีการประชุมสุดยอดของกลุ่มอัล เคดา กลุ่มตาลีบันและองค์กรย่อยของตนทั้งในเชชเนียและอุซเบกิสถานที่ภูเขาแห่งหนึ่งในอัฟกานิสถาน และในการประชุมครั้งนั้น บิน ลาเดนอยู่ในอารมณ์ที่กำลังโกรธแค้นมาก และได้แต่งตั้งให้ลูกน้องคู่ใจ Saif al-Adel เป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของอัล เคดาในอิรัก ทั้งยังได้มอบจดหมายแนะนำตัวเขากับผู้นำทางศาสนา นักธุรกิจที่สำคัญและหัวหน้ากลุ่มมูจาฮีดินเพื่อให้การสนับสนุนในทุกวิถีทางแก่ al-Adel เพื่อการปฏิบัติการต่อต้านสหรัฐในอิรักต่อไปด้วย ในการประชุมสุดยอดครั้งนั้น บิน ลาเดนก็ได้กล่าวด้วยว่าเขากำลังเตรียมแผนสำคัญอยู่โดยหวังที่จะใช้อาวุธชีวภาพกับสหรัฐ อย่างไรก็ตาม แผนนี้ต้องหยุดชะงักลงและต้องมีการปรับเปลี่ยนใหม่หลังจากที่ Khalid Shaikh Mohammed หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของอัล เคดาอีกคนหนึ่งถูกจับได้ในปากีสถาน ซึ่งทางการสหรัฐก็ยอมรับว่า ตามข่าวกรองที่ได้รับ บิน ลาเดนมีความสนใจในเรื่องนี้จริง แต่ก็ยังเชื่อว่าบิน ลาเดนจะยังพยายามฆ่าคนอเมริกันด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่เปิดอยู่แล้วมากกว่าการใช้อาวุธชีวภาพซึ่งหายากและใช้ยากกว่าอย่างมาก
ข่าวอีกชิ้นหนึ่งมาจากชายชราชาวอัฟกานิสถานชื่อ Khan Kaka ซึ่งอาศัยอยู่ในจังหวัด Kunar และเป็นพ่อตาของ Abu Hamza al Jazeeri ชาวอัลจีเรียผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นองครักษ์พิเศษของโอซามา บิน ลาเดน Khan Kaka เล่าว่าลูกเขยของตนจะลงมาจากภูเขาทุก 2-3 เดือน เพื่อมาเยี่ยมภรรยาและลูกอีกสามคน และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ได้บอกเขาว่าลูกสะใภ้คนหนึ่งของบิน ลาเดนได้เสียชีวิตลงในขณะที่คลอดลูก บิน ลาเดนได้กล่าวประณามสหรัฐอย่างรุนแรงว่าเป็นต้นเหตุการเสียชีวิตในระหว่างพิธีศพของเธอ บิน ลาเดนได้กล่าวต่อไปด้วยว่า ที่จริงเขามาจากตระกูลร่ำรวยพอที่จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเช่นเดียวกับเจ้าครองนครอาหรับทั้งหลาย แต่เขาก็ได้ตัดสินใจที่จะออกมาต่อสู้กับพวกนอกรีตซึ่งต้องการที่จะตัดคนอิสลามจากรากเหง้าของตน และการต่อสู้เพื่ออุดมคติเช่นนี้เองที่ได้ทำให้คนอาหรับ กลุ่มตาลีบันและครอบครัวของเขาได้กลายเป็นอรหันต์ไปแล้วเมื่อถูกถามว่าบิน ลาเดนอยู่ที่ไหน Khan Kaka ก็ได้แต่หัวเราะและชี้ไปที่เทือกเขาสูงประมาณ 12,000 ฟุตข้างหน้า ข่าวแทบทุกกระแสได้รับมาตรงกันว่า บิน ลาเดนยังมีสุขภาพดีอยู่ ลูกชายของบิน ลาเดน 3 คนได้พำนักอยู่กับเขาด้วยและทั้งหมดได้สาบานกับพ่อไว้ว่าจะยอมฆ่าพ่อหากกำลังจะถูกฝ่ายสหรัฐจับตัวไป นอกจากนั้นก็ยังมีภรรยาเขาอีกสองคนพักอาศัยอยู่บนเขาใกล้ ๆ ซึ่งเขาจะไปเยี่ยมเป็นครั้งคราวเมื่อเห็นว่ามีความปลอดภัยเพียงพอ สำหรับวิธีการติดต่อของบิน ลาเดนกับลูกน้องและหน่วยปฏิบัติการของเขาในที่ต่าง ๆ นั้น จะกระทำด้วยการเขียนเป็นหนังสือหรือใส่ข้อความลงในแผ่นดิสก์คอมพิวเตอร์และใช้ผู้นำสารส่งต่อกันเป็น ช่วง ๆ โดยแต่ละคนจะได้รู้เพียงจุดที่ตนจะไปส่งเท่านั้น ดังนั้นจึงมีความล่าช้ามากแต่ก็ทำให้ปลอดภัยจากการติดตามโดยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ของฝ่ายสหรัฐ หลาย ๆ ฝ่ายรวมทั้งเจ้าหน้าที่สหรัฐบางคนต่างก็เห็นว่า เป็นไปได้ทีเดียวที่จังหวัด Kunar ซึ่งเป็นเพียงจังหวัด เล็ก ๆ ของอัฟกานิสถานจะเป็นแหล่งหลบซ่อนของบิน ลาเดนในปัจจุบัน
แม้แต่ พ.ต.อ. Abdul Saffa Momand ซึ่งเป็นหัวหน้าตำรวจในจังหวัดนี้ก็ยอมรับว่า รัฐบาลกลาง อัฟกานิสถานไม่สามารถปกครองพื้นที่ทั่วประเทศได้นอกจากในเมืองหลวง เส้นทางบนภูเขาผ่านได้ยากลำบากมาก ลูกน้องเขาต่างก็ไม่มีวิทยุใช้ และได้รับเงินเดือนเพียงเดือนละ 14 เหรียญสหรัฐเท่านั้น ถ้ารัฐบาลมีพอจ่ายในเดือนนั้น ๆ การลาดตระเวนในเวลากลางคืนก็เป็นการเสี่ยงต่อชีวิตอย่างยิ่ง จึงไม่สามารถเข้าไปถึงขุมกำลังของอัล เคดาได้ บรรดาพลเมืองของจังหวัด Kunar ก็ไม่ถือว่าบิน ลาเดนเป็นศัตรู ในช่วงทศวรรษที่ 80 ได้มีชาวอาหรับจำนวนมากมายอาสาสมัครมารบกับฝ่ายโซเวียตซึ่งทาง CIA ก็ได้รู้เห็นเป็นใจด้วย และปัจจุบันก็ยังมีชายอาหรับกว่าพันคนที่ได้อาศัยอยู่ที่นี่และจำนวนมากได้แต่งงานมีครอบครัวกับหญิงอัฟกัน และใน 2 ปีที่ผ่านมา สมาชิกรวมทั้งผู้ที่ให้การสนับสนุนอัล เคดาที่ต้องหลบหนีมาจากส่วนอื่นของอัฟกานิสถานก็ได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่อีกหลายร้อยคน ดังนั้นบิน ลาเดนจึงมีความสะดวกสบายพอสมควรที่จะหลบซ่อนอยู่ในบริเวณนี้ตามถ้ำต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายในเทือกเขา บางคนก็ปลูกบ้านที่ทำจากหินหรือโคลนตามหน้าผาที่มีต้นไม้บัง ภูเขาเหล่านี้มีชาวอัฟกันที่เร่ร่อนไม่มีที่พักอาศัยแน่นอนแต่เลี้ยงชีพด้วยการเลี้ยงแพะและแกะ ซึ่งคนพวกนี้ก็บอกกับนักข่าวว่าไม่มีปัญหาใดกับชาวอาหรับ ของอัล เคดาเพราะคนเหล่านี้เป็นคนดี เสียสละตัวเองเพื่อ สงครามจิฮัดและยังให้ราคาดีต่อเนื้อแพะ เนื้อแกะและน้ำนมที่พวกตนนำไปขายให้อีกด้วย มีรายงานว่า บิน ลาเดนมีความมั่นใจมากพอที่จะรับแขกด้วย ถึงแม้จะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดมากก็ตามสาโรจน์ ชวนะวิรัช

1 ความคิดเห็น:
สงสารเค้านะ ไม่รู้ว่าคนที่ไล่ล่าเค้านะตัวเองถูกรึว่าผิด
(คนนึงที่ไม่ชอบสหรัฐ)
แสดงความคิดเห็น