วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ความสัมพันธ์ไทย-จีน

ความสัมพันธ์ระหว่างไทย จีน


เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าประเทศไทยและจีนนั้น มีสัมพันธ์ไมตรีที่ดีต่อกันมานาน และในปัจจุบันไทยและจีนได้มีการร่วมมือระหว่างกัน ทั้งด้านการเมือง และด้านเศรษฐกิจ และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้นในทุกด้าน ทั้งทวิภาคี พหุพาคี และเวทีภูมิภาค

ความสัมพันธ์ทางด้านการเมือง
ไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางด้านการทูตกับจีนอย่างเป็นทางการเมื่อ 1 กรกฎาคม 2518 โดยความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาค ความเคารพซึ่งกันและกัน โดยไม่มีการแทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน และอยู่ภายใต้หลักการของผลประโยชน์ร่วมกัน ความสัมพันธ์และความร่วมมือของทั้งสองประเทศได้พัฒนาก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วและราบรื่นมาโดยตลอด ครอบคลุมถึงความร่วมมือในทุกสาขาจนปัจจุบัน ไทยได้เน้นการขยายความร่วมมือกับรัฐบาลกลางและหน่วยงานต่างๆ ของจีนอย่างรอบด้านในลักษณะหุ้นส่วนทางยุทศาสตร์ ขณะเดียวกันก็ต้องการเจาะลึกความสัมพันธ์ แบบรายมณฑล เพื่อให้มีความร่วมมือที่หลากหลายและเป็นธรรมมากขึ้น

ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้า
การค้าระหว่างไทยและจีนได้ขยายตัวต่อเนื่องทุกปี ในปี 2550 การค้าทวิภาคีมีมูลค้า 34,639.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 14 ของจีน เป็นตลาดนำเข้าอันดับที่ 8 และเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 15 ของจีน
จีนเป็นตลาดส่งออกสินค้าสำคัญเกือบทุกชนิดของไทยโดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร สินค้าส่งออกของไทยไปจีนช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นประมาณ ร้อยละ 30 ต่อปี โดยมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อไป โดยเฉพาะสินค้าเช่น วัตถุดิบ พลังงาน เคมีภัณฑ์ และสินค้าเกษตร
การลงทุนระหว่างไทยกับจีน มีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น แม้การลงทุนของจีนในไทย จะยังไม่มากนัก และกระจัดกระจาย ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนระยะสั้นและมีขนาดกลาง




การปกครองของไทย – ประชาธิปไตย

ประเทศไทยใช้ระบอบการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ที่มีความแตกต่างไปจากประเทศอื่นๆ คือ มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ และมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยรูปแบบการปกครอง เป็นการปกครองแบบรัฐเดี่ยว คือมีเพียงรัฐบาล ถึงแม้จะมีการกระจายอำนาจการปกครองไปเป็นระดับท้องถิ่นคือ ระดับจังหวัด และ ตำบล
รัฐบาลของไทยมีเพียงชุดเดียวที่อยู่ครบวาระ คือรัฐบาลของ พล.ตร.โท ดร.ทักษิณ ชินวัตร แต่ถูกทำรัฐประหารเมื่อดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของตน ถึงแม้จะเป็นผู้บริหารที่มีความสามารถ แต่การบริหารทำให้ประเทศต้องสูญเสียสมบัติบางส่วนไป
สำหรับรัฐบาลชุดปัจจุบันดิฉันคิดว่า การทำงานของรัฐบาลชุดนี้ คงจะมีความใกล้เคียงกับชุดที่ผ่านมา เนื่องจากมีคนของรัฐบาลชุดก่อนร่วมอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งอดีต นายกทักษิณ ชินวัตร ได้กลับมาอีกครั้ง ถึงแม้จะกล่าวว่าไม่ลงเล่นการเมืองอีก แต่ก็ยังคงเป็นเบื้องหลังการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน คือ นายสมัคร สุนทรเวช จะต่างกันก็แต่เพียง คงไม่ทำอะไรที่ขัดใจประชาชน(อย่างโจ่งแจ้ง)


ระบอบการปกครองของจีน –คอมมิวนิสต์
ประเทศจีนใช้การปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ มีพรรคคอมมิวนิสต์เป็นสถาบันทางการเมือง ที่มีอำนาจในการกำหนดนโยบายด้านต่างๆ ของประเทศอย่างเบ็ดเสร็จ กล่าวคือ รัฐบาลจะเป็นผู้ตัดสินใจ ในทุกๆเรื่องของการบริหารประเทศ ทำให้ประชาชนไม่มีสิทธิ์มีเสียงอย่างในระบอบประชาธิปไตยของไทย เราจึงไม่เห็นการเดินประท้วงอย่างของไทย ซึ่งถือว่าเป็นผลดีในส่วนนี้ จะได้ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศ จีนมีการกำหนดให้ประชุมสมัชชาพรรคทุก 5 ปี จนถึงปัจจุบันพรรคคอมมิวนิสต์ได้จัดให้มีการประชุมสมัชชาพรรคแล้วทั้งสิ้น 16 ชุด มีวาระ 5 ปี

3 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ไทย จีน มีความสัมพันธ์กันมาช้านาน การปกครองของไทยและจีนถึงจะมีความแตกต่างกันแต่ความสัมพันธ์ที่มียังดีต่อกันเสมอ
น่าชื่นชมจริงๆค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อยากให้ประเทศไทยผลิตสินค้าและส่งออกได้มากพอๆกับประเทศจีนจัง ประเทศเราคงเจริญทางด้านวัตถุมากกว่านี้แน่เลย.....เหอๆ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ถึงแม้จีนจะปบครองแบบระบบคอมมิวนิสต์ แต่ประชาชนจีนก็มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นของตนต่อการปกครองของรัฐเหมือนไทย ประชาชนจีนทุกคนเมื่ออยู่ควบ 18 ปีก็มีสอทธิ์เลือกตั้งเหมือนไทย